kittinun
  ดูดวง ดูดวงคน ดูดวงบ้าน ดวงลูกหนังกับ อ.กิตตินันท์ เจนาคม

เวบไซต์..ฟ้าบอกว่า ....เชิญทุกท่าน.....ดูดวงกับตำรากาลโยค ดูดวงด้วยโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตรวจเช็คกรรมด้วยวิชาธรรมบันดาล ฟรี..เรียนรู้บทความดูดวงดีๆมากมาย  ...ดูดวงลูกหนัง แหล่งรวบรวมหนังสือ-ตำราโหราศาสตร์ โปรแกรมดูดวง ดูดวงหวย ตั้งชื่อเสริมดวง วางฤกษ์ พิธีตั้งศาลพระพรหม ปี่เซี๊ยะ และบริการอื่นๆอีกมากมาย

HOME NEWS ASTROLOGY BOOK SOCCER UTILITIES MEMBER
Username Password
» Forgot Password » Register Now!
ให้เช่าพระเครื่องและวัตถุมงคล
คลิปวิดิโออาจารย์กิตตินันท์
๑ ดวง ๑ คำถาม
เรียนรู้ยูเรเนียน
คู่แฝดดวงชะตา
ที่นี่กาลโยค
กำหนดชะตาชีวิตด้วยตนเอง
วิชาธรรมบันดาล
โมเดิร์นเฟิงสุ่ย
โหรการเมือง
โหรามหาเวทย์
ดวงดาวชาวหุ้น
ตำราโหราศาสตร์
สมัครสมาชิก
บทความที่ท่านควรรู้
กระดานสนทนา
 
แลกแบนเนอร์ ท่านสามารถCopy โค้ด ในช่องด้านล่างนี้ไปแปะไว้ในเว็บไซต์ของท่าน จากนั้นส่งเมล์ พร้อมลิ้งค์แบนเนอร์ มาที่ kittinun_com@hotmail.com
สถานการณ์ประจำเดือน

คุยกับโหรการเมือง เฮอร์เมส

ประจำเดือนพฤศจิกายน 2551

สถานการณ์ประจำเดือน

 

                ตามปกติเวลานักโหราศาสตร์จะตรวจดวงการเมือง มิใช่ว่าตรวจแล้วจะว่ากันไปเรื่อยเปื่อย อะไรไม่สำคัญก็ไม่จำเป็นต้องออกมาร้องแรกแหกกระเชอ ควรจะเลือกเน้นสถานการณ์ที่สำคัญๆ และนำผลการวิเคราะห์ออกมาบอกเล่าเก้าสิบกัน แต่อย่างว่าบ้านเรากลับมองโหราศาสตร์เป็นเรื่องงมงายบ้างก็มี ทั้งๆที่ถ้าศึกษากันจริงๆแล้ว ต้องถือว่าเป็นศาสตร์ทางปัญญาชั้นสูง และมีความสอดคล้องกับหลักคำสอนทางศาสนาพุทธเป็นอย่างยิ่ง วิชาโหราศาสตร์ยึดหลักคติทางศาสนาที่ว่า กัมมุนา วัตตะตี โลโก หรือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เป็นแนวทางอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นแนวทางโดยเฉพาะสำหรับการศึกษาโหราศาสตร์ชั้นสูง เพื่อที่จะใช้วิชาโหราศาสตร์สำหรับการปรับแนวทางการดำเนินชีวิตให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินชีวิตในระดับบุคคลหรือระดับประเทศ

                ยกตัวอย่าง เช่น ในกรณีดวงวางเสาหลักเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งปรากฏว่าพฤหัสกุมกันกับเสาร์ การวิเคราะห์ง่ายๆ คือ อิทธิพลของเสาร์ คือ ราศีมังกร คือ เรือนที่ 10 (ราศีที่ 10) และเมื่อสัมพันธ์กับพฤหัส  ก็กลายเป็นเสมือนมีพฤหัสสถิตในเรือนที่ 10 ซึ่งให้คุณเป็นอย่างยิ่ง

                พฤหัสกับเสาร์คู่นี่ เมื่อสัมพันธ์ในดวงชะตาใดๆ ก็ตาม ดวงชะตานั้นควรได้รับการพิจารณาศึกษาเป็นพิเศษ ดังนั้นการที่ดวงวางเสาหลักเมืองของกรุงรัตนโกสินทร์มีโครงสร้าง พฤหัส = เสาร์ ซึ่งเทียบได้กับพฤหัสในเรือนที่ 10 ทำให้รอดพ้นจากการถูกยึดครองในสมัยการล่าเมืองขึ้นของฝรั่ง อย่างไรก็ดี พฤหัส คือ เรือนที่ 9 และเรือนที่ 12 จึงเป็นดวงชะตาที่มีทุกข์ (เสาร์) ทางการเมือง (เรือนที่ 9) และจากผู้ก่อการร้าย (เรือนที่ 12) จนแทบไม่มีวันสร่างซาเลย ถึงแม้ในปัจจุบันปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นเท่าที่ควร มีคนถูกฆ่าตายไม่เว้นแต่ละวัน

                อนึ่ง เสาร์ คือ ความทุกข์ หรือ ความสนใจ (อย่างจริงจัง) เพราะฉะนั้น หากจะใช้แนวความคิดในการ แก้เคล็ด โดยวิธีการให้ความสนใจอย่างจริงจัง เช่น ให้การศึกษา เพ่งเล็ง เพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัยต่างๆทุกรูปแบบ ฯลฯ ความทุกข์ดังกล่าวก็คงจะไม่มี และโดยวิธีการนำเอาหลักโหราศาสตร์เข้ามาจับ เราก็พอจะทราบได้ว่า การยกเลิกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ที่จะทำให้ลดการระมัดระวัง) ไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง

               

                พฤหัสเดินหน้า ดวงรัฐบาลเริ่มแข็งขึ้น

                ปกติในการพิจารณาภาพกว้างๆ ในด้านพลังของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เฮอร์เมสจะพิจารณาจากการโคจรของพฤหัสและเสาร์ก่อน ถ้ามีการโคจรผิดปกติเกิดขึ้นกับดาวใด ดาวนั้นก็จะมีพลังอ่อนลง ถ้าพิจารณาย้อนหลังในช่วงที่ตั้งแต่นายสมัครเข้ามาเป็นนายกฯ จะเห็นได้ว่า ช่วงสามสี่เดือนแรกของการเป็นรัฐบาล พฤหัสกำลังเดินหน้าปกติ แต่เสาร์กลับโคจรพักร ทำให้สถานการณ์ของฝ่ายรัฐบาลได้เปรียบ แต่เมื่อพฤหัสเริ่มโคจรพักร ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2551 (ขณะเดียวกันเสาร์ก็โคจรเดินหน้าปกติ) ก็เริ่มมีการรวมตัวของพันธมิตรฯและสถานการณ์ของรัฐบาลก็ค่อยๆตกต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่รัฐบาลหมดสภาพ นายสมัครถูกพิพากษาคดีชิมไปบ่นไป ทำให้หมดสภาพการเป็นนายกฯ เป็นช่วงที่พฤหัสโคจรถอยหลังและอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง ในขณะที่เสาร์ยังโคจรเดินหน้าปกติ

                แต่ช่วงนี้พฤหัส โคจรปกติ เช่นเดียวกับเสาร์ น่าจะพอประเมินได้ว่า ต่างฝ่ายต่างมีกำลังตามสภาพของตนเอง แต่ถ้าพิจารณาให้ละเอียด พฤหัสโคจรในราศีมังกร เป็นตำแหน่งนิจ ถือเป็นตำแหน่งที่พฤหัสกำลังอ่อน ไม่ดีนัก ส่วนเสาร์ไม่ได้ตำแหน่งเสีย สถานการณ์ของรัฐบาลจึงยังหาความมั่นคงไม่ได้ เข้าทำนอง ดีก่อน เสียทีหลัง ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยุบพรรคการเมืองทั้งหลาย การเผชิญกับคดีความมากมายที่ถาโถมเข้ามา

 

           เดือนนี้มีเหตุการณ์สำคัญ การเมืองวูบวาบ รัฐบาลยังติดกับ

                จากการพิจารณาดวงเมืองจากดวงวันอมาวสีซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคม 2551 เวลา 6.15 น.กรุงเทพฯ พบว่าจุดอมาวสีกุมลัคนาจรประเทศไทยสนิทองศา เดือนนี้จึงเป็นเดือนที่มีแต่เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น โดยเฉพาะการขัดแย้งในเรื่องของอุดมการณ์ แนวความคิด ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (อังคาร โพไซดอน ในเรือนที่) ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ความเห็นต่าง ไม่มีใครยอมใครง่ายๆ ที่น่าสนใจ คือ มีโครงสร้าง

                เมอริเดียนจร = -เสาร์ = เซอุส = -แอดเมตอส

แปลว่า ไม่สามารถจะเริ่มทำอะไรได้เลย เนื่องจากมีความยุ่งยากที่มีอยู่ก่อนแล้ว , อุปสรรคในการทำงาน ,งานที่ประสบแต่การสูญเสีย ,การหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิงของกิจกรรม ,พลัดพรากจากไป ,ถูกขัดขวางเป็นเวลานาน

                และเนื่องจากเสาร์และแอดเมตอส มีอิทธิพลเด่นในเรื่องของการสูญเสีย พลัดพราก จึงบอกแนวโน้มที่ไม่มั่นคงนักของรัฐบาลในเดือนนี้  มีสิทธิที่จะเจอมรสุมโหมกระหน่ำ ทำให้ต้องหมดสภาพไปอีกก็เป็นได้

                นอกจากนั้นยังมีแอดเมตอสในเรือนที่ 7 ปัญหาที่ทำให้รัฐบาลหมดสภาพหรือหยุดนิ่งจึงมาจากฝ่ายตรงข้าม คือ ฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นในสภาหรือนอกสภา ล้วนมีบทบาทกดดันรัฐบาลได้อย่างเด่นชัด โดยเฉพาะเดือนตุลาคม อาทิตย์ ซึ่งหมายถึง ผู้นำ โคจรในตำแหน่งนิจ ผู้นำจึงอยู่ในสภาพขาดพลัง ตกต่ำ เสียชื่อเสียง มีบ่อยครั้งที่ผู้นำประเทศต้องตกจากเก้าอี้ในช่วงเดือนตุลาคมของปี

 

                สภาพการเงิน เศรษฐกิจ ตลาดหุ้น

                สภาพการเงินโดยรวมของประเทศมีแนวโน้มที่จะมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่กำลังย่ำแย่ โดยเฉพาะสถาบันการเงินทั้งหลายจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดี เนื่องจากมีอิทธิพลของศุกร์ พลูโตและคิวปิโดในเรือนที่ 2 ดวงชะตาเมือง ส่วนตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่จะขึ้นลงวูบวาบได้ตลอดทั้งเดือนตามอิทธิพลของมฤตยูในเรือนที่ 5 สถานการณ์รอบตัวที่อ่อนไหวล้วนมีบทบาทต่อการขึ้นลงของดัชนีอย่างมาก ทำให้นักลงทุนรายย่อยอยู่ในสภาพอกสั่นขวัญผวาอยู่ตลอดเวลา

                ที่น่าเป็นห่วงในเดือนนี้น่าจะเป็นการสูญเสียที่เนื่องจากน้ำ (ฮาเดสในเรือนที่ 8 ) ซึ่งจะพ่วงในเรื่องของการสูญเสียเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย

........................................................................................................................................................................